สรุปสถานการณ์ โควิด 19 ประจำสัปดาห์ ณ.วันที่ 19 กันยายน 2563

ยอดผู้ติดเชื้อ โควิด19 วันนี้ 19 กันยายน 2563 เวลา 9.00 น.

ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อ ไวรัสโควิด 19 อยู่ที่ 30,691,723 คน รักษาตัวหายแล้ว รวม 22,334,281 คน ยอดสะสมผู้เสียชีวิต 956,420 คน

องค์การอนามัยโลก (WHO) แจ้งความกังวล เป็นห่วงสถานการณ์การระบาด เพราะว่าใกล้ฤดูหนาว และ ระดับการระบาดยังอยู่ในช่วงต้นอยู่ นอกจากนี้ ยังพบ ผู้ติดเชื้อโควิด19 มีร่างกายแข็งแรง และ ไม่แสดงอาการ ซึ่งสามารถแพร่เชื้อได้

-4 ประเทศ ผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ตามลำดับ คือ 1) อินเดีย 2) สหรํฐอเมริกา 3) บราซิล 4) ฝรั่งเศส

-4 ประเทศ ผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด ตามลำดับ คือ 1) สหรํฐอเมริกา 2)อินเดีย  3) บราซิล 4)รัสเซีย

-4 ประเทศ ผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ในเอเชีย ตามลำดับ คือ 1) อินเดีย 2) อิหร่าน  3) บังกลาเทศ  4)ซาอุดีอาระเบีย

-10 ประเทศ ผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ในกลุ่ม อาเซียน ตามลำดับ คือ 1) ฟิลิปปินส์  2)อินโดนีเซีย  3)สิงคโปร์  4)มาเลเซีย 5)เมียนมา 6) ไทย 7)เวียดนาม 8) กัมพูชา 9)บรูไน 10) ลาว

USA ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด  6,925,941 ราย และเสียชีวิตสะสมสูงสุด  203,171 ราย ติดเชื้อรายวันกว่า 50,000 คน ประธานาธิบดี โดโนทรัมป์ ประกาศว่า จะมีวัคซีนให้ ก่อนวันเลือกตั้ง ภายใน 3 พฤศจิกายน 2563 นี้ ซี่งยังเป็นข้อสงสัยในความเป็นไปได้ กันอยู่

อินเดีย ประเทศที่ ไวรัสโควิด-19 ระบาดเร็วที่สุด คือ มีผู้ติดเชชื้อใหม่ มากกว่า 90,000 คนต่อวัน หรือ มากกว่า 600,000 คนต่อสัปดาห์ และ 1,000,000 คน ภายใน 11 วัน และมีผู้ติดเชื้อเป็นลำดับ 2 ของโลก เริ่มขาดแคลนเตียงผู้ป่วย และอุปกรณ์จ่ายออกซิเจน

บราซิล  ประเทศที่มีผู้ติเชื้อเป็นอันดับ 3  ของโ ลก คือ 4,497,434 คน มีผู้เสียชีวิตรวม 135,857 ราย เป็นอันดับ 2 ของโลก ทำให้ประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนารู ของบราซิล มีปัญหา เนื่องจากการเพิกเชย ต่อการระบาดโควิด ในช่วงแรก แรกเหมือนกับ สหรัฐ และยังไม่มีแนวทางยับยั้ง การระบาดได้ และ ตัวประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนารู ก็มีผลตรวจการติด โควิด19 เป็นบวกด้วย

กลุ่มยุโรป พบว่ามีผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ในทุกประเทศ โดยมีผู้ติดเชื้อสะสมรวม ประมาณ 7,400,000 คน เสียชีวิต 228,000 คน และ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าใน 2 สัปดาห์   ติดเชื้อใหม่ 300,000 คน ใน 1สัปดาห์  หรือ 54,000 คน ภายใน 24 ชั่วโมง รัฐบาลในกลุ่มยุโรปพยายาม ควบคุมเชื้อ โดยไม่ให้ มีการ Lockdown เป็นครั้งที่สอง เพื่อให้กระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด

ฟิลิปปินส์ ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด ในกลุ่มประเทศ เอเซียตะวันออก  279,526 ราย และเสียชีวิตสะสม 203,171 ราย

เมียนมา ประเทศเพื่อนบ้านของไทย ที่มีแนวพรมแดนยาว2,202 กิโลเมตร เกือบตลอดแนวฝั่งตะวันตกของไทย แจ้งว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ใน 24 ชั่วโมง จำนวน 424 ราย ซึ่งนับเป็นจำนวนมากที่สุด ตั้งแต่มีการาแพ่รระบาด ส่งผลให้เมียนมามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 4,467 ราย ขณะนี้ รัฐบาลเมียนมา ออกประกาศงดเว้นการเดินทางที่ไม่จำเป็น และขอความร่วมมือให้อยู่ในที่พักอาศัยสำหรับ ผู้ที่อยู่ในย่างกุ้ง และยังประกาศระงับสายการบินภายในประเทศ จนถึงสิ้นเดือน กันยายน นี้

ประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อสะสม อันดับ 6 ในกลุ่ม อาเซียน จาก 10 ประเทศ 3,500 ราย  มีแนวโน้มการติดเชื้อใหม่ลดลงมาตลอด เพื่อช่วยเหลือธุรกิจในประเทศ คณะรัฐมนตรี มีมติ เมื่อวันที่ 15 กันยายน นี้ อนุมัติในหลักการให้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา โดยให้ออกวีซ่า ประเภท พิเศษ( Special Tourist VISA, STV) ตามข้อเสนอของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา สำหรับผู้ที่มาพำนักระยะยาว (Long Stay) คือนักท่องเที่ยว จะได้รับอนุญาต ให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย เป็นเวลา 90 วัน ต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน รวมระยะเวลาพำนักอยู่ในไทยสูงสุด 270 วัน

ซึ่งความกังวลในการระบาดรอบสองคงมีแน่ แต่จะรุนแรงขนาดไหน เพราะ จาก การลักลอบข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ประชาชนการ์ดเริ่มตก สภาพอากาศเหมาะแก่การแพร่ระบาด การกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 ที่สามารถทำให้ติดต่อได้ง่ายขึ้นถึง 10 เท่า และ การติดเชื้อจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มา  เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง

แต่อย่างน้อย เพื่อคนข้างเคียงที่เรารัก เราควรรักษาสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง ส่วมหน้ากากยู่เสมอ หลีกเลียงการสัมผัส หรือ อยู่ใกล้ผู้อื่น โดยเฉพาะผ็สูงอายุ เพื่อป้องกันเรานำเชื้อไปสู่ท่านโดยไม่รู้ตัว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

www.thairath.co.th/news

www.thebangkokinsight.com