เป็นไข้หวัด หรือ โควิด-19

โควิด 19 (COVID-19) ที่เรารู้จักกันดี ได้ถูกแต่งตั้งโดยองค์กรอนามัยโลก (WHO) ให้ COVID-19 เป็นโรคระบาดทั่วโลก (Pandemic)  แต่ถึงกระนั้นอาการของ COVID-19 ก็ดันไปคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ ไม่มีอะไรแน่นอนแต่ก่อนที่ยารักษาโรคจะมา จึงต้องมีคำตอบเรื่องนี้กันไว้ก่อนนะครับ

Q : ไข้หวัดใหญ่ กับ Covid-19 มาจากไวรัสตัวเดียวกันใช่ไหม?

A : Coronavirus (CoV) เป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ใน Family Coronaviridae ในขณะที่ไข้หวัดใหญ่ (Influenza H1N1) เป็นเชื้อไวรัสที่อยู่ใน Family Orthomyxoviridae ถึงแม้จะมีรูปร่างคล้ายๆ กัน แต่ไม่ใช่ไวรัสชนิดเดียวกัน ไวรัส CoV เป็นเชื้อก่อโรคทั้งในคนและสัตว์ โดยก่อนหน้านี้มีโรคหวัดในคนที่เกิดจากเชื้อ CoV 6 สายพันธุ์ ได้แก่ โรคหวัดตามฤดูกาล 4 สายพันธุ์ ซึ่งอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง โรคทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลัน (SARS) ในปี 2002 และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS-CoV) ในปี 2012 วัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อกลุ่ม Influenza เท่านั้น จึงไม่สามารถป้องกัน COVID-19 ได้

Q : เชื้อไวรัสโควิด-19 มีชีวิตอยู่ในอากาศ สิ่งของต่างๆ ได้นานกี่วัน?

A : ยังไม่มีวิจัยที่แน่ชัดว่ากี่วัน ขึ้นอยู่กับสภาพของวัตถุ อุณหภูมิความชื้นในอากาศ และการระบายอากาศในบริเวณนั้นๆ แต่โดยทั่วไปเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ออกมากับสารคัดหลัง เช่น น้ำมูก หรือ น้ำลาย จะลอยอยู่ในอากาศได้ประมาณ 5 นาที ก็จะตกสู่พื้นในระยะ 1 – 1.5 เมตร แต่หากออกมากับการที่ทำให้เกิดละอองฝอย (Aerosol Generating Procedures : AGP) เชื้อสามารถล่องลอยอยู่ในอากาศได้นานถึง 3 ชั่วโมง สำหรับเชื้อไวรัสที่อยู่บนพื้นต่อสามารถอยู่ต่อได้อีกหลายชั่วโมง เช่น พื้นผิวที่เป็นพลาสติกแข็งไม่มีรู อยู่ได้ถึง 72 ชั่วโมง และในอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียสนั้น สามารถอยู่ได้นานถึง 1 เดือนเลยทีเดียว

Q : ไข้หวัดใหญ่ กับ Covid-19 อาการแตกต่างจากไข้หวัดใหญ่ตรงไหน?

A : ไข้หวัดใหญ่มีอาการเด่นคือ ไข้สูง และปวดเมื่อยเนื้อตัวมาก อาจจะมีอาการเจ็บคอและคัดจมูกร่วมด้วย แต่ไม่ค่อยพบน้ำมูก บางรายโดยเฉพาะผู้สูงอายุจะมีอาการถ่ายเหลวร่วมด้วย ในขณะที่ COVID-19 อาการเด่นจะเป็น  ไอแห้งๆ และมีไข้ไม่สูง ไม่ค่อยพบน้ำมูก หากมีอาการประมาณ 1 สัปดาห์ จะเริ่มมีอาการหอบเหนื่อยร่วมด้วย

อาการ ไข้หวัดใหญ่ VS COVID-19

อาการ

ไข้หวัดใหญ่

  COVID19

มีไข้สูงเฉียบพลัน

มีไข้อ่อนๆ  (หลายวัน)

ปวดศีรษะ

อ่อนเพลีย (ปวดเมื่อยตามร่างกาย)

เริ่มเบื่ออาหาร

ไอแห้ง (ไม่มีเสมหะ)

มีน้ำมูก

หายใจติดขัด หอบเหนื่อย

เจ็บคอ

Q : ตรวจหาเชื้อตอนไหนดี?

A : ถ้าท่านมีอาการป่วย หรือ สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง หากมีชุดตรวจที่เพียงพอ ควรตรวจทุกคนที่สงสัย แต่ในกรณีที่ชุดตรวจมีจำนวนจำกัด แนะนำให้ตรวจเมื่อ มีความเสี่ยงของการติดเชื้อ COVID-19 ร่วมกับ มีอาการ และ มีไข้

Q : ผู้ป่วยที่รักษาจนหายแล้ว มีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ไหม?

A : มีโอกาสกลับมาเป็นได้อีกครั้ง หากไม่ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง แต่ในรายงานสถานการณ์ตอนนี้ มีผู้ป่วยที่กลับมาป่วยซ้ำน้อยมาก

วิธีป้องกัน

ไข้หวัดใหญ่

 • เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฃทุกปี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้นได้

 • สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง

 • หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์

 • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

.

COVID19

 • สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง       

 • หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์

 • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

การรักษา

ไข้หวัดใหญ่     

 • ชุดตรวจมีแพร่หลาย รู้ผลตรวจภายใน 1 ชั่วโมง

 • มียาต้านไวรัสใช้อย่างแพร่หลาย กินครั้งละ 1 เม็ด เช้า เย็น เป็นเวลา 5-10 วัน

COVID19

 • การรักษาแบ่งตาม อาการโรคร่วม ความรุนแรงของโรค และการพบปอดอักเสบร่วมด้วย

 

 • ยาต้านไวรัสที่เฉพาะเจาะจง ยังมีจำนวนจำกัด เนื่องจากพึ่งเริ่มผลิต กินครั้งละ 3-8 เม็ด เช้า เย็น กิน 5-10 วัน ร่วมกับยาต้านไวรัสชนิดอื่นๆ อีก 2-3 ชนิด

สนับสนุนข้อมูลโดย :

นพ. กันต์  โอโกโนกิ สาขาอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ, สาขาเวชบำบัดวิกฤต
โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1745

Leave A Comment